ออกแบบใหม่
สร้างสรรค์พื้นที่ทุกตารางนิ้วให้ "บ้าน" เป็นมากกว่าทีี่พักอาศัย ทีมสถาปนิก “แอ็ดไมร” พร้อมออกแบบบ้านที่สะท้อนถึงบุคลิก ความชอบ ไลฟ์สไตล์ รวมถึงฟังก์ชัน ที่ตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว
7 Phases of the Architectural Design Process
1. Pre-Design / Programming
1. Pre-Design / Programming
-
ระบุความต้องการของผู้ใช้อาคาร (Client’s Requirement)
-
สำรวจงบประมาณและเวลาที่มี
2. วิเคราะห์ทำเลที่ตั้ง (Site Analysis)
-
ศึกษาสภาพแวดล้อม สิ่งแวดล้อม ภูมิประเทศ กฎหมายผังเมือง
-
สำรวจทางเข้า-ออก ทิศทางแดด ลม ทัศนียภาพ และการเข้าถึงสาธารณูปโภค
3. รวบรวมข้อมูลกฎหมายและมาตรฐานต่าง ๆ
-
เช่น ข้อบังคับอาคาร กฎหมายผังเมือง ข้อกำหนดความปลอดภัย อาคารเขตที่ดิน ฯลฯ
4. ประเมินความเป็นไปได้
-
วางกรอบเบื้องต้นว่ามีข้อจำกัดหรือต้องระวังอะไรบ้าง เพื่อให้การออกแบบเป็นไปได้จริง
2. Conceptual Design
1. กำหนดแนวคิดและรูปแบบ (Design Concept)
-
วิเคราะห์ข้อมูลจากขั้นตอนแรก มาสร้างแนวคิดหลักของอาคาร/พื้นที่
-
อาจเริ่มจากสเก็ตช์ง่าย ๆ โมเดลภาพรวมที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจหลัก
2. ศึกษารูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่สอดคล้อง
-
เลือกสไตล์หรือทิศทางการออกแบบ (Modern, Contemporary, Minimalist, Traditional ฯลฯ)
-
รวบรวม Reference เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ
3. นำเสนอไอเดียให้ผู้เกี่ยวข้อง
-
สื่อสารแนวคิดหลักในรูปภาพร่าง แผนผัง หรือโมเดลจำลองเพื่อรับข้อคิดเห็น
3. Schematic Design
1. พัฒนาแผนผังและผังใช้งาน (Floor Plan / Layout)
-
จัดพื้นที่ใช้สอย (Functional Zoning) เช่น พื้นที่พักอาศัย พื้นที่ใช้งาน พื้นที่สาธารณะ
-
ระบุตำแหน่งช่องเปิด (Opening) ทางเข้า ทางออก การไหลเวียน (Circulation)
2. แสดงรูปทรงอาคารเบื้องต้น (Mass & Form)
-
วางตำแหน่งอาคารในที่ดิน (Site Plan) ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม
-
ดูทิศทางแดด ลม เพื่อปรับรูปทรงให้เหมาะสม
3. การสื่อสารด้วยโมเดลเบื้องต้นหรือภาพ 3D
-
ใช้โมเดลจำลองหรือโปรแกรม 3D เพื่อแสดงสัดส่วนและคอนเซ็ปต์โดยภาพรวม
4. ประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ (Value Engineering) เบื้องต้น
-
ประเมินขนาดอาคาร โครงสร้าง วัสดุคร่าว ๆ เพื่อเทียบกับงบประมาณที่มี
4. Design Development
1. กำหนดรายละเอียดสถาปัตยกรรม
-
วัสดุ ผิวสัมผัส สี พื้น ผนัง เพดาน ประตูหน้าต่าง ฯลฯ
-
ออกแบบหน้าตัด (Sections) และรูปด้าน (Elevations) ให้ชัดเจน
2. ประสานงานกับวิศวกรโครงสร้างและงานระบบ
-
ตรวจสอบให้โครงสร้างรองรับแนวทางสถาปัตยกรรมได้
-
ตรวจสอบงานระบบไฟฟ้า ประปา สุขาภิบาล ระบบปรับอากาศ และระบบความปลอดภัย
3. ปรับปรุงแก้ไขบนพื้นฐานของข้อคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง
-
ตรวจสอบผลกระทบต่อรูปแบบและงบประมาณ เพื่อความเหมาะสม
4. สรุปแบบสถาปัตยกรรมในระดับที่พร้อมทำแบบก่อสร้าง (Construction Drawing)
-
มีการยืนยันวัสดุ ขนาด รายละเอียดการติดตั้งและประกอบต่าง ๆ
5. Construction Documentation
1. จัดทำแบบก่อสร้าง (Working Drawings)
-
รายละเอียดครบถ้วนพร้อมสำหรับการก่อสร้าง (ขนาด วัสดุ การติดตั้ง เป็นต้น)
-
แยกเป็นชุดแบบงานสถาปัตยกรรม โครงสร้าง งานระบบไฟฟ้า ประปา ฯลฯ
2. จัดทำเอกสารประกวดราคา (BOQ, TOR, Spec ฯลฯ)
-
ลงรายละเอียดคุณสมบัติวัสดุ และปริมาณงาน (Bill of Quantity)
-
สเปค (Specification) ที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง
3. ตรวจสอบความถูกต้องตามมาตรฐานและกฎหมาย
-
ให้สอดคล้องกับข้อบังคับอาคาร ข้อกำหนดผังเมือง และมาตรฐานวิชาชีพ
4. สรุปแบบสถาปัตยกรรมในระดับที่พร้อมทำแบบก่อสร้าง (Construction Drawing)
-
นำแบบไปยื่นขออนุญาตต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
6. Construction Administration
1. กำหนดรายละเอียดสถาปัตยกรรม
-
วัสดุ ผิวสัมผัส สี พื้น ผนัง เพดาน ประตูหน้าต่าง ฯลฯ
-
ออกแบบหน้าตัด (Sections) และรูปด้าน (Elevations) ให้ชัดเจน
2. ประสานงานกับวิศวกรโครงสร้างและงานระบบ
-
ตรวจสอบให้โครงสร้างรองรับแนวทางสถาปัตยกรรมได้
-
ตรวจสอบงานระบบไฟฟ้า ประปา สุขาภิบาล ระบบปรับอากาศ และระบบความปลอดภัย
3. ปรับปรุงแก้ไขบนพื้นฐานของข้อคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง
-
ตรวจสอบผลกระทบต่อรูปแบบและงบประมาณ เพื่อความเหมาะสม
4. สรุปแบบสถาปัตยกรรมในระดับที่พร้อมทำแบบก่อสร้าง (Construction Drawing)
-
มีการยืนยันวัสดุ ขนาด รายละเอียดการติดตั้งและประกอบต่าง ๆ
7. Construction Administration
1. คัดเลือกผู้รับเหมา
-
จากรายการประกวดราคา หรือเงื่อนไขตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
-
ตรวจสอบคุณสมบัติ ประสบการณ์ และผลงานที่เคยทำ
2. ประชุมชี้แจงและวางแผนงานก่อสร้าง
-
ทบทวนแผนงาน เวลาการทำงาน งบประมาณ พร้อมกำหนดมาตรฐานงาน
3. ควบคุมงานและตรวจสอบคุณภาพ
-
สถาปนิกและวิศวกรควบคุมไปตรวจหน้างานตามระยะ
-
แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ประสานผู้รับเหมาเพื่อปรับปรุงแก้ไข
4. ควบคุมงานและตรวจสอบคุณภาพ
-
กรณีหน้างานมีข้อจำกัด ต้องปรับแบบให้สอดคล้อง
5. ตรวจรับงานตามระยะ (Stage Inspections)
-
ตรวจสอบให้แน่ใจว่างานเป็นไปตามสเปคและมาตรฐาน
6. ตรวจรับงานสมบูรณ์ (Final Inspection)
-
ตรวจสอบความเรียบร้อยของรายละเอียดทั้งหมดก่อนส่งมอบ