บทความ

รู้ก่อนสร้างบ้าน

รู้ทิศแดด เข้าใจทิศลม บ้านก็อยู่สบายขึ้น


6 มิ.ย. 2569 9

บ้านร้อนอบอ้าว ค่าไฟสูงจากการเปิดแอร์ตลอดเวลา ปัญหาเหล่านี้มีทางออก!

หนึ่งในหัวใจสำคัญของการสร้างบ้านให้อยู่สบาย คือ การวางผังบ้านให้สัมพันธ์กับ “ทิศทางแดด” และ 
“ทิศทางลม” เพราะเมื่อบ้านถูกออกแบบให้รับลมได้ดี และลดการรับแดดในทิศที่ร้อนจัด ก็ช่วยให้บ้านเย็นขึ้น ลดความร้อนสะสม และประหยัดพลังงานได้ในระยะยาว

 

รู้ทิศแสงแดดแต่ละเดือน

ประเทศไทยมี 3 ฤดูหลัก คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว ซึ่งในแต่ละฤดู เส้นทางการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์จะเปลี่ยนไป ส่งผลให้แต่ละทิศได้รับแสงแดดแตกต่างกันในช่วงเวลาต่างๆ 
โดยปกติดวงอาทิตย์จะอ้อมไปทางทิศใต้เป็นเวลาประมาณ 8 เดือน คือช่วงเดือนกันยายนถึงเมษายนและอ้อมไปทางทิศเหนือเล็กน้อยประมาณ 4 เดือน คือช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 
ทำให้ “ทิศใต้” ได้รับแสงแดดค่อนข้างมากตลอดปี แต่หากพูดถึงทิศที่ทำให้บ้านร้อนที่สุด มักเป็น “ทิศตะวันตก” เพราะเป็นทิศที่ได้รับแสงแดดโดยตรงในช่วงบ่ายถึงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่ความร้อนสะสมสูงที่สุดของวัน

 

ลักษณะแสงแดดในทิศต่างๆ

อย่างที่รู้กันว่า ตำแหน่งของพระอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออก และตกทางทิศตะวันตก เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับวิถีโคจรของดวงอาทิตย์จะสรุปได้ดังนี้
๐ ทิศตะวันออก

จะได้รับแสงแดดช่วงเช้าถึงสาย โดยแสงแดดจะส่องเอียงเป็นมุมต่ำ ทำให้ได้รับความร้อนในช่วงสายของวัน

๐ ทิศตะวันตก

จะได้รับแสงแดดช่วงบ่ายถึงเย็น โดยแสงแดดจะส่องเอียงเป็นมุมต่ำ ทำให้เกิดความร้อนสะสมในช่วงบ่ายของวัน 

๐ ทิศเหนือ

จะได้รับแสงแดดและความร้อนช่วงเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม โดยแสงแดดจะมีลักษณะค่อนข้างเป็นแนวดิ่ง

 

"ทิศทางลม"

ในช่วงเวลา 1 ปี ประเทศไทยมีลมประจำปี 2 ช่วงเวลา คือ
๐ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดผ่านประเทศไทยในฤดูหนาว ช่วงเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ ของทุกปี
๐ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดผ่านประเทศไทยในฤดูร้อนและฤดูฝน ช่วงเดือนมีนาคม - ตุลาคม ของทุกปี

ดังนั้นการออกแบบบ้านควรวางตำแหน่งให้ถูกทิศทางเพื่อใช้ประโยชน์จากกระแสลมทั้ง 2 ช่วงเวลานี้มากที่สุด โดยด้านยาวของบ้านหันเข้าหาทิศทางลมเพื่อรับความเย็นเข้าสู่ตัวบ้าน และมีตำแหน่งประตูหน้าต่างเป็นช่องเปิดให้สามารถระบายถ่ายเทอากาศและความร้อนระหว่างภายนอกและภายในได้อย่างสมดุล

 

ออกแบบผังบ้านให้สอดคล้องกับทิศทางของแสงแดดและลม

การจัดวางห้องต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับทิศทางของแสงแดดและลม จะช่วยให้บ้านเย็นสบายในฤดูร้อน และอบอุ่นพอดีในฤดูหนาว ลดการพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ และยังส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย
หลังจากเข้าใจทิศทางแดดและลมของเมืองไทยแล้ว อีกสิ่งสำคัญคือการดูว่า แต่ละห้องถูกใช้งานในช่วงเวลาใดของวัน และควรวางไว้ในทิศทางไหน เพื่อให้เหมาะกับการใช้ชีวิตมากที่สุด

 

ห้องไหนควรอยู่ทิศทางใด?

หลังจากทำความรู้จักกับสภาพอากาศของประเทศไทยแล้ว เราก็มาดูกันว่าฟังก์ชั่นการใช้งานของแต่ละห้องมักอยู่ในช่วงเวลาใดของวัน และมีไลฟ์สไตล์แบบไหน เพื่อให้จัดทิศทางของห้องได้ดียิ่งขึ้น 

หลักการวางผังบ้านตามทิศทาง

๐ ห้องนอน
ควรอยู่ทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ เพื่อรับแสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้า ช่วยให้ห้องไม่ร้อนสะสมในช่วงเย็น และทำให้นอนหลับสบายมากขึ้น 

๐ ห้องนั่งเล่น

สามารถวางได้หลายทิศทาง แต่ควรมีหน้าต่างหรือช่องเปิดขนาดเหมาะสม เพื่อรับแสงธรรมชาติและช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี 

๐ ห้องครัว

ควรหลีกเลี่ยงทิศตะวันตก เพราะห้องครัวมีความร้อนจากการทำอาหารอยู่แล้ว หากได้รับแดดช่วงบ่ายเพิ่ม อาจทำให้ห้องร้อนอบอ้าวมากขึ้น


๐ ห้องทำงาน

ควรอยู่ในตำแหน่งที่เงียบสงบและมีแสงสว่างเพียงพอ โดยอาจวางไว้ทางทิศเหนือหรือทิศตะวันออก เพื่อรับแสงธรรมชาติที่ไม่ร้อนจนเกินไป

๐ ห้องน้ำ

ควรอยู่ในตำแหน่งที่มีการระบายอากาศที่ดี มีช่องเปิดหรือหน้าต่าง เพื่อช่วยลดความอับชื้นและทำให้พื้นที่แห้งไวขึ้น

การสร้างบ้านให้เหมาะสมกับทิศทางของแสงแดดและลมจะช่วยให้คุณได้บ้านที่สวยงาม ทันสมัย และยังทำให้คนในบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดี และส่งผลดีต่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ของทุกคนในครอบครัวอีกด้วย

Untitled

ติดตาม

facebook
youtube
Line2
tiktok

แบบสำรวจ

  • แบบสำรวจความต้องการ

  • ร้องเรียนบริการ

  • ประเมินความพึงพอใจ

หจก.แอ็ดไมร คอนสตรัคชั่น

306/24-25 มิตรภาพซอย 4 ต.ในเมือง
อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา
30000

เวลาทำการ : จันทร์ - เสาร์
เวลา 08.00 - 17.00 น.

© สงวนลิขสิทธิ์ หจก. แอ็ดไมร คอนสตรัคชั่น พ.ศ. 2567

Line