บทความ
บ้านร้อนอบอ้าว ค่าไฟสูงจากการเปิดแอร์ตลอดเวลา ปัญหาเหล่านี้มีทางออก!
หนึ่งในหัวใจสำคัญของการสร้างบ้านให้อยู่สบาย คือ การวางผังบ้านให้สัมพันธ์กับ “ทิศทางแดด” และ
“ทิศทางลม” เพราะเมื่อบ้านถูกออกแบบให้รับลมได้ดี และลดการรับแดดในทิศที่ร้อนจัด ก็ช่วยให้บ้านเย็นขึ้น ลดความร้อนสะสม และประหยัดพลังงานได้ในระยะยาว
รู้ทิศแสงแดดแต่ละเดือน
ประเทศไทยมี 3 ฤดูหลัก คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว ซึ่งในแต่ละฤดู เส้นทางการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์จะเปลี่ยนไป ส่งผลให้แต่ละทิศได้รับแสงแดดแตกต่างกันในช่วงเวลาต่างๆ
โดยปกติดวงอาทิตย์จะอ้อมไปทางทิศใต้เป็นเวลาประมาณ 8 เดือน คือช่วงเดือนกันยายนถึงเมษายนและอ้อมไปทางทิศเหนือเล็กน้อยประมาณ 4 เดือน คือช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม
ทำให้ “ทิศใต้” ได้รับแสงแดดค่อนข้างมากตลอดปี แต่หากพูดถึงทิศที่ทำให้บ้านร้อนที่สุด มักเป็น “ทิศตะวันตก” เพราะเป็นทิศที่ได้รับแสงแดดโดยตรงในช่วงบ่ายถึงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่ความร้อนสะสมสูงที่สุดของวัน
ลักษณะแสงแดดในทิศต่างๆ
อย่างที่รู้กันว่า ตำแหน่งของพระอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออก และตกทางทิศตะวันตก เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับวิถีโคจรของดวงอาทิตย์จะสรุปได้ดังนี้
๐ ทิศตะวันออก
จะได้รับแสงแดดช่วงเช้าถึงสาย โดยแสงแดดจะส่องเอียงเป็นมุมต่ำ ทำให้ได้รับความร้อนในช่วงสายของวัน
๐ ทิศตะวันตก
จะได้รับแสงแดดช่วงบ่ายถึงเย็น โดยแสงแดดจะส่องเอียงเป็นมุมต่ำ ทำให้เกิดความร้อนสะสมในช่วงบ่ายของวัน
๐ ทิศเหนือ
จะได้รับแสงแดดและความร้อนช่วงเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม โดยแสงแดดจะมีลักษณะค่อนข้างเป็นแนวดิ่ง
"ทิศทางลม"
ในช่วงเวลา 1 ปี ประเทศไทยมีลมประจำปี 2 ช่วงเวลา คือ
๐ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดผ่านประเทศไทยในฤดูหนาว ช่วงเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ ของทุกปี
๐ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดผ่านประเทศไทยในฤดูร้อนและฤดูฝน ช่วงเดือนมีนาคม - ตุลาคม ของทุกปี
ดังนั้นการออกแบบบ้านควรวางตำแหน่งให้ถูกทิศทางเพื่อใช้ประโยชน์จากกระแสลมทั้ง 2 ช่วงเวลานี้มากที่สุด โดยด้านยาวของบ้านหันเข้าหาทิศทางลมเพื่อรับความเย็นเข้าสู่ตัวบ้าน และมีตำแหน่งประตูหน้าต่างเป็นช่องเปิดให้สามารถระบายถ่ายเทอากาศและความร้อนระหว่างภายนอกและภายในได้อย่างสมดุล
ออกแบบผังบ้านให้สอดคล้องกับทิศทางของแสงแดดและลม
การจัดวางห้องต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับทิศทางของแสงแดดและลม จะช่วยให้บ้านเย็นสบายในฤดูร้อน และอบอุ่นพอดีในฤดูหนาว ลดการพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ และยังส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย
หลังจากเข้าใจทิศทางแดดและลมของเมืองไทยแล้ว อีกสิ่งสำคัญคือการดูว่า แต่ละห้องถูกใช้งานในช่วงเวลาใดของวัน และควรวางไว้ในทิศทางไหน เพื่อให้เหมาะกับการใช้ชีวิตมากที่สุด
ห้องไหนควรอยู่ทิศทางใด?
หลังจากทำความรู้จักกับสภาพอากาศของประเทศไทยแล้ว เราก็มาดูกันว่าฟังก์ชั่นการใช้งานของแต่ละห้องมักอยู่ในช่วงเวลาใดของวัน และมีไลฟ์สไตล์แบบไหน เพื่อให้จัดทิศทางของห้องได้ดียิ่งขึ้น
หลักการวางผังบ้านตามทิศทาง
๐ ห้องนอน
ควรอยู่ทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ เพื่อรับแสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้า ช่วยให้ห้องไม่ร้อนสะสมในช่วงเย็น และทำให้นอนหลับสบายมากขึ้น
๐ ห้องนั่งเล่น
สามารถวางได้หลายทิศทาง แต่ควรมีหน้าต่างหรือช่องเปิดขนาดเหมาะสม เพื่อรับแสงธรรมชาติและช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี
๐ ห้องครัว
ควรหลีกเลี่ยงทิศตะวันตก เพราะห้องครัวมีความร้อนจากการทำอาหารอยู่แล้ว หากได้รับแดดช่วงบ่ายเพิ่ม อาจทำให้ห้องร้อนอบอ้าวมากขึ้น
๐ ห้องทำงาน
ควรอยู่ในตำแหน่งที่เงียบสงบและมีแสงสว่างเพียงพอ โดยอาจวางไว้ทางทิศเหนือหรือทิศตะวันออก เพื่อรับแสงธรรมชาติที่ไม่ร้อนจนเกินไป
๐ ห้องน้ำ
ควรอยู่ในตำแหน่งที่มีการระบายอากาศที่ดี มีช่องเปิดหรือหน้าต่าง เพื่อช่วยลดความอับชื้นและทำให้พื้นที่แห้งไวขึ้น
การสร้างบ้านให้เหมาะสมกับทิศทางของแสงแดดและลมจะช่วยให้คุณได้บ้านที่สวยงาม ทันสมัย และยังทำให้คนในบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดี และส่งผลดีต่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ของทุกคนในครอบครัวอีกด้วย